สารนิพนธ์
ซ, 110 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    Abstract : การศึกษากระบวนการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และเพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือเจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์หลวง กำนันตำบลเจดีย์หลวง ผู้นำชุมชนในตำบลเจดีย์หลวง ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลเจดีย์หลวง ผู้อาวุโสในชุมชนตำบลเจดีย์หลวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 บ้านใหม่แสงแก้วและคณะกรรมการกลุ่มพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณฝ่ายต่างๆ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ การพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในด้านการมีส่วนร่วมพบว่า เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ บุคลากรในวัด ผู้นำชุมชน และประชาชนตำบลเจดีย์หลวงมีส่วนร่วม ผลักดันในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในวัด โดยร่วมกันจัดหางบประมาณให้แก่วัดเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมวัดในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม ด้านการเผยแพร่พระพุทธศาสนา พบว่า พระภิกษุสามเณรได้ทำหน้าที่ในการศึกษาปฏิบัติธรรมตามข้อวัตรต่างๆ มีกิจกรรมภายในวัดที่ช่วยเผยแพร่ในด้านพระธรรมคำสั่งสอนต่างๆ ให้พุทธศาสนิกชน ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาวัดพบว่า วัดยังขาดโครงสร้างของการบริหารการเงินที่เป็นระบบมากพอ จึงต้องมีกระบวนการในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น พระสงฆ์ กรรมการวัด ไวยาวัจกร รวมถึงชุมชนใกล้วัด ให้มีความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้สามารถดำเนินการบริหารการเงินให้แก่วัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและงบประมาณการก่อสร้างมีไม่เพียงพอ
Abstract : การศึกษากระบวนการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และเพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือเจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์หลวง กำนันตำบลเจดีย์หลวง ผู้นำชุมชนในตำบลเจดีย์หลวง ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลเจดีย์หลวง ผู้อาวุโสในชุมชนตำบลเจดีย์หลวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 บ้านใหม่แสงแก้วและคณะกรรมการกลุ่มพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณฝ่ายต่างๆ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ การพัฒนาวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในด้านการมีส่วนร่วมพบว่า เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ บุคลากรในวัด ผู้นำชุมชน และประชาชนตำบลเจดีย์หลวงมีส่วนร่วม ผลักดันในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในวัด โดยร่วมกันจัดหางบประมาณให้แก่วัดเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมวัดในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม ด้านการเผยแพร่พระพุทธศาสนา พบว่า พระภิกษุสามเณรได้ทำหน้าที่ในการศึกษาปฏิบัติธรรมตามข้อวัตรต่างๆ มีกิจกรรมภายในวัดที่ช่วยเผยแพร่ในด้านพระธรรมคำสั่งสอนต่างๆ ให้พุทธศาสนิกชน ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาวัดพบว่า วัดยังขาดโครงสร้างของการบริหารการเงินที่เป็นระบบมากพอ จึงต้องมีกระบวนการในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น พระสงฆ์ กรรมการวัด ไวยาวัจกร รวมถึงชุมชนใกล้วัด ให้มีความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้สามารถดำเนินการบริหารการเงินให้แก่วัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและงบประมาณการก่อสร้างมีไม่เพียงพอ
Abstract : The objectives of this independent study were 1) to study development of Watsaengkaewphothiyan, Chediluang Sub-District, mae Sruai District, Chiang Rai Province, and 2) to study the problems and obstacles in development of Watsaengkaewphothiyan, Chediluang Sub-District, Mae Sruai District, Chiang Rai Province. The populations in the study were 20 people consisting of the Abbot of Watsaengkaewphothiyan, the chief executive of the Chediluang Sub-District Administration Organization, the Sub-District Headman, the President of Elderly Club, Senior citizens of Chediluang Community, the village Headman of 11th Ban Maiseangkaew, and Watsaengkaewphothiyan Development Committees. The instrument used in the research was interview forms. The results of the study were found that: The development of Watsaengkaewphothiyan, Chediluang Sub-District, Mae Sruai district, Chiang Rai Province, in term of participation, it is found that the Abbot, staffs of the temple, community leaders and people in Chediluang Sub-District are involved in the temple environmental changing. They all together supply the budget for repairing and restoring the damaged parts of temple. In term of propagation of Buddhism, it is found that monks and novices have been responsible for study and practice the observances. There are many activities in the temple in order to preach the Buddhist teachings to people. The problems and obstacles of the temple development is the structural lacking of systematically financial management. So the process of developing related personnel, such as the monks, the temple committee, the warden, as well as the communities closed to the temple, is in need in order to let them understand and know how to manage financial efficiently. Constructing budget is also not enough.
สารนิพนธ์
(ฎ), 99 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ก-ฎ) 205 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ด), 192 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ส่งคืนแก้ไข
Note: ส่งคืนแก้ไข
ดุษฎีนิพนธ์
(ท), 263 หน้า : ภาพประกอบสี, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ญ), 230 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 113 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ส่งคืนแก้ไข
Note: ส่งคืนแก้ไข
สารนิพนธ์
323 หน้า ; 21 ซม.
    View TOC
TOC:
  • บทที่ 1 บทนำ ทำมต้องสนใจสงครามเย็น
  • บทที่ 2 ประเทศไทยกับยุทธศาสตร์สงครามเย็นของสหรัฐอเมริกา
  • บทที่ 3 ประเทศไทยกับสงครามอินโดจีนคร้ังที่ 2
  • บทที่ 4 ประทเศไทยกับปัญหากัมพูชา
  • บทที่ 5 การต่างประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังสงครามเย็น
  • บทที่ 6 บทสรุปและสิ่งท้าทายในยุคหลังสงครามเย็น
สารนิพนธ์
ณ, 162 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ญ), 117 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฌ), 112 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 121 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ด), 135 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 106 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฒ), 155 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฒ), 109 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 100 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฐ), 109 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฏ), 144 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ต), 153 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฏ), 135 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฐ), 84 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ก-ด) 331 หน้า : ภาพ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ฐ, 123 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฑ), 123 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศน.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศน.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ด), 127 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ส่งคืนแก้ไข
Note: ส่งคืนแก้ไข
สารนิพนธ์
(ณ), 125 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 123 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ฑ, 98 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฑ), 121 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ฎ, 124 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
ญ, 136 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฐ), 133 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ฎ, 141 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฐ), 108 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ณ, 136 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
ฑ, 133 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
(ฎ), 248 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ก-ฐ) 293 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา,ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา,ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ด), 195 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ถ), 322 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฏ), 243 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฏ), 214 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฉ), 115 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ท), 264 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฑ), 108 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ฎ, 125 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    Abstract : สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทย เชื้อชาติลาว บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อชาติลาว บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลวิจัย ได้แก่ สมาชิกในชุมชนทุกเพศทุกวัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และผู้รู้ที่เคยอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มาก่อน จำนวน 15 คน เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key informants) การเก็บข้อมูลคือ การสำรวจพื้นที่วิจัย การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อย การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปของการพรรณนาตามปรากฏการณ์ที่พบเห็น ผลการวิจัยพบว่า ด้านภาษา มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต กล่าวคือ ชาวไทยเชื้อสายลาวบ้านสบคำในอดีตใช้ภาษาลาวในการสื่อสารระหว่างกัน ไม่สามารถอ่านและเขียนอักษรภาษาลาวได้ เนื่องจากในอดีตคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร ต่อมาเมื่อวัฒนธรรมจากภายนอกได้แพร่กระจายเข้ามาสู่ชุมชนจนมีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงวัฒนธรรมทางภาษา จากเดิมคนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้เรียนหนังสือ ได้เรียนรู้ภาษาอื่นร่วมด้วย เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การใช้ภาษาของชาวไทยเชื้อสายลาวจึงเกิดการผสมผสานระหว่างภาษาอื่น มีการพูดคุยสื่อสารกันในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาลาว จนกระทั่งใช้ภาษาไทยกลางมาเป็นภาษาในการสื่อสารระหว่างกัน จนในที่สุดภาษาลาวค่อย ๆ เลือนหายจากสังคมคนรุ่นใหม่ ด้านการแต่งกาย ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะรูปแบบของการนุ่งห่ม มีความทันสมัยและสากลไปกว่าเดิม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่นุ่งห่มผ้าเหมือนในอดีต สวมใส่เสื้อผ้าที่ทันสมัย นิยมใช้เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นค่านิยมที่กำลังพัฒนาและเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อการสืบทอดภูมิปัญญาการต่ำหูกของลาวไม่มากก็น้อย การปลูกฝังค่านิยมในการต่ำหูกของผู้หญิงลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ค่อย ๆ เหินห่างจากกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีของเชื้อชาติลาว เนื่องจากปัจจัยด้านระยะทางและสภาวะแวดล้อมใหม่ ด้านการบริโภค มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากสังคมมีการพัฒนา และมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น การบริโภคอาหารจึงเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จากอดีตที่หากินของป่าตามธรรมชาติก็เปลี่ยนเป็นการซื้อวัตถุดิบทางท้องตลาด หรือซื้ออาหารที่ขายตามตลาดทั่วไป จะเห็นได้ว่าปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายลาวบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น มีการบริโภคอาหารที่หลากหลาย ประกอบกับชุมชนมีร้านค้าขายของชำและมีรถเข้ามาขายอาหารสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ ด้านความเชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีต กล่าวคือ ในอดีตก่อนจะพบวัดพระธาตุผาเงา ชาวบ้านยังไม่ค่อยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเท่าที่ควร หลังจากค้นพบองค์พระธาตุผาเงาและองค์หลวงพ่อผาเงาชาวบ้านจึงเกิดมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อวัดแห่งนี้เป็นอย่างมาก วัดพระธาตุผาเงาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเป็นศูนย์กลางของสังคม พระสงฆ์นอกจากนำคำสอนของพุทธศาสนาออกไปเผยแผ่ให้กับประชาชนแล้ว ยังช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านที่เข้ามาวัด พระสงฆ์จึงเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณและปัญญา วัดและสถาบันสงฆ์ถือเป็นกลไกสำคัญที่เข้าถึงความเป็นอยู่ของประชาชนและมีอิทธิพลต่อสังคมโดยรวมมากที่สุด ด้านประเพณี ประเพณีของชาวไทยเชื้อชาติลาวชุมชนบ้านสบคำ ส่วนใหญ่จะเป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะประเพณีทานข้าวจี่ และประเพณีไหลเรือไฟ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ประเพณีทานข้าวจี่ในอดีตมีรูปแบบที่เรียบง่ายและใช้วัสดุจากธรรมชาติ และคนในชุมชนจะรวมตัวกันทำข้าวจี่ แต่ปัจจุบันชาวบ้านนิยมทำข้าวจี่ที่บ้าน ชาวบ้านไม่สามารถรวมตัวกันได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะต่างคนต่างมีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน มีการประกอบอาชีพที่หลากหลาย วิธีการทำข้าวจี่ในปัจจุบันมีกระบวนการและวิธีการทำข้าวจี่ได้มีขั้นตอนแล
Abstract : สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทย เชื้อชาติลาว บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อชาติลาว บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลวิจัย ได้แก่ สมาชิกในชุมชนทุกเพศทุกวัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และผู้รู้ที่เคยอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มาก่อน จำนวน 15 คน เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key informants) การเก็บข้อมูลคือ การสำรวจพื้นที่วิจัย การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อย การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปของการพรรณนาตามปรากฏการณ์ที่พบเห็น ผลการวิจัยพบว่า ด้านภาษา มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต กล่าวคือ ชาวไทยเชื้อสายลาวบ้านสบคำในอดีตใช้ภาษาลาวในการสื่อสารระหว่างกัน ไม่สามารถอ่านและเขียนอักษรภาษาลาวได้ เนื่องจากในอดีตคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร ต่อมาเมื่อวัฒนธรรมจากภายนอกได้แพร่กระจายเข้ามาสู่ชุมชนจนมีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงวัฒนธรรมทางภาษา จากเดิมคนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้เรียนหนังสือ ได้เรียนรู้ภาษาอื่นร่วมด้วย เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การใช้ภาษาของชาวไทยเชื้อสายลาวจึงเกิดการผสมผสานระหว่างภาษาอื่น มีการพูดคุยสื่อสารกันในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาลาว จนกระทั่งใช้ภาษาไทยกลางมาเป็นภาษาในการสื่อสารระหว่างกัน จนในที่สุดภาษาลาวค่อย ๆ เลือนหายจากสังคมคนรุ่นใหม่ ด้านการแต่งกาย ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะรูปแบบของการนุ่งห่ม มีความทันสมัยและสากลไปกว่าเดิม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่นุ่งห่มผ้าเหมือนในอดีต สวมใส่เสื้อผ้าที่ทันสมัย นิยมใช้เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นค่านิยมที่กำลังพัฒนาและเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อการสืบทอดภูมิปัญญาการต่ำหูกของลาวไม่มากก็น้อย การปลูกฝังค่านิยมในการต่ำหูกของผู้หญิงลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ค่อย ๆ เหินห่างจากกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีของเชื้อชาติลาว เนื่องจากปัจจัยด้านระยะทางและสภาวะแวดล้อมใหม่ ด้านการบริโภค มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากสังคมมีการพัฒนา และมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น การบริโภคอาหารจึงเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จากอดีตที่หากินของป่าตามธรรมชาติก็เปลี่ยนเป็นการซื้อวัตถุดิบทางท้องตลาด หรือซื้ออาหารที่ขายตามตลาดทั่วไป จะเห็นได้ว่าปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายลาวบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น มีการบริโภคอาหารที่หลากหลาย ประกอบกับชุมชนมีร้านค้าขายของชำและมีรถเข้ามาขายอาหารสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ ด้านความเชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีต กล่าวคือ ในอดีตก่อนจะพบวัดพระธาตุผาเงา ชาวบ้านยังไม่ค่อยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเท่าที่ควร หลังจากค้นพบองค์พระธาตุผาเงาและองค์หลวงพ่อผาเงาชาวบ้านจึงเกิดมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อวัดแห่งนี้เป็นอย่างมาก วัดพระธาตุผาเงาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเป็นศูนย์กลางของสังคม พระสงฆ์นอกจากนำคำสอนของพุทธศาสนาออกไปเผยแผ่ให้กับประชาชนแล้ว ยังช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านที่เข้ามาวัด พระสงฆ์จึงเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณและปัญญา วัดและสถาบันสงฆ์ถือเป็นกลไกสำคัญที่เข้าถึงความเป็นอยู่ของประชาชนและมีอิทธิพลต่อสังคมโดยรวมมากที่สุด ด้านประเพณี ประเพณีของชาวไทยเชื้อชาติลาวชุมชนบ้านสบคำ ส่วนใหญ่จะเป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะประเพณีทานข้าวจี่ และประเพณีไหลเรือไฟ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ประเพณีทานข้าวจี่ในอดีตมีรูปแบบที่เรียบง่ายและใช้วัสดุจากธรรมชาติ และคนในชุมชนจะรวมตัวกันทำข้าวจี่ แต่ปัจจุบันชาวบ้านนิยมทำข้าวจี่ที่บ้าน ชาวบ้านไม่สามารถรวมตัวกันได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะต่างคนต่างมีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน มีการประกอบอาชีพที่หลากหลาย วิธีการทำข้าวจี่ในปัจจุบันมีกระบวนการและวิธีการทำข้าวจี่ได้มีขั้นตอนแล
Abstract : The objectives of this thesis were 1) to study the cultural change of the Lao Thai community of Ban Sobkam, Wiang sub-district, Chiang Saen district, Chiangrai province 2) to study the factors causing the cultural change of the Lao Thai community of Ban Sobkam, Wiang sub-district, Chiang Saen district, Chiangrai province. The research sampling subjects consisted of fifteen key informants who are living in the area and the persons concerned. Data collection was made through field survey, observation of community lifestyles, participant observation, in-depth interview, and focus group discussion. Results of the data analysis were presented in explanation as duly perceived. The research findings were as follows: The language aspect: the language has gradually changed due the diffused culture such as Thai and English which widely used in the Thai society nowadays. In the past, the Lao language was strongly used among members in the area, mainly verbally. Since people have been attending Thai school, the usage of the Lao language is getting less day by day. Thai language also has been combined in communicating in their daily lives. This happens in the group of the new generation. Dressing aspect: it is hardly to see people wearing homemade pha sin or long skirt nowadays. In the past, some women preferred weaving cloth and making clothes for their family members. In present, the modernized fashion has been replacing the Lao style of dress. The locals lost their weaving skills which are significantly dealing with the Lao tradition or the way of life transferred by old generation to new generation. Food consumption aspect: the consumption of food is obviously changed too. The villagers are actively adapting themselves to the change happens in the Thai society. They prefer to buy food selling at the store or market rather than collecting it from the forest like in the past. There is a variety of food which they could have as they desire today. Belief aspect: primarily, the locals did not have much faith in Buddhism until they found the sacred ancient Buddhist Stupa and ancient Buddha image (Luang Por Pha Ngao) which drawing attention of the villagers making them believe in Buddhism. Monks who is considered knowledgeable and also a spiritual leader play a great role by delivering the Buddha�s teaching, giving an advice to the people about how to live peacefully and happily in the society. They therefore can apply what they have learned from monks into their daily life. Nowadays, Wat Phra Dhat Pha Ngao becomes the Buddhism learning center for a community and a society. Traditional aspect: grilling sticky rice and fired boat floating traditions have been gradually changing. On grilling rice day, villagers used to gather each other at the temple along with belonging to make grilling rice but today they prefer to do it separately by making it at home instead and the procedure of grilling rice is also more complexity. The fired boat floating tradition is also changes. Villagers used to make fired boat in a simple way by using bamboo tree and banana tree only but today new techniques have been applied, using more materials to make fired boat more colorful and creating more activities such as fired boat contest and boat racing to attract tourists. Therefore, they can make more income to the community. The cultural change of the Lao Thai community of Ban Sobkam, Wiang sub-district, Chiang Saen district, Chiangrai province can be considered by these four factors, namely: the increasing of population, the government development policy, cultural diffusion and technology.
สารนิพนธ์
(ณ), 134 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 25
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 25
สารนิพนธ์
(ต), 158 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ท), 170 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ณ), 97 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฑ), 89 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฐ), 300 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
ญ, 108 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
ดุษฎีนิพนธ์
(ต), 287 หน้า : ภาพประกอบสี, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ท), 147 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ส่งคืนแก้ไข
Note: ส่งคืนแก้ไข
ดุษฎีนิพนธ์
(ฎ), 204 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฎ), 293 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฎ), 230 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฎ), 261 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศษ.ด) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฌ), 91 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฒ), 122 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฒ), 143 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ด, 245 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ญ), 117 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ส่งคืนแก้ไข
Note: ส่งคืนแก้ไข
สารนิพนธ์
ณ, 144 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฎ), 128 หน้า : ภาพประกอบสี, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศศ.ม) สาขาสังคมวิทยา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศศ.ม) สาขาสังคมวิทยา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
ญ, 140 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
สารนิพนธ์
(ฏ), 142 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ญ), 132 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ซ), 125 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฎ), 148 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฏ), 120 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศน.ม.) สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ก-ฎ) 161 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, ดุษฎีนิพนธ์ (ศน.ด.) สาขาพุทธศาสน์ศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฒ), 119 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฒ), 128 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์การปกครอง--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฎ), 99 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ฌ), 200 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
สารนิพนธ์
(ญ), 115 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.
    ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
Note: ฉบับอัดสำเนา, สารนิพนธ์ (ศษ.ม) สาขาการบริหารการศึกษา--มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2561
ดุษฎีนิพนธ์
(ฐ), 327 หน้า : ตารางประกอบ ; 30 ซม.